เจาะกึ๋นโค้ชแซมบ้า โจเซ่ อัลเวส เบอร์วิช
คิดให้ได้ ไปให้ถึง ดึงใจนักเตะ
ยุทธจักรลูกหนังเมืองไทยนาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก โจเซ่ อัลเวส เบอร์วิช กุนซือชาวบราซิลผู้อหังกาพาทีมโนเนมอย่าง สิงห์อมควัน พนักงานยาสูบ ก้าวขึ้นสู่บังลังก์ แชมป์ไทยลีกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งนั้นคือจุดเริ่มต้นที่ใครต่อใครต่างซูฮกในฝีมือของโค้ชเลือดแซมบ้ารายนี้
โจเซ่ อัลเวส เบอร์วิช พร้อมทีมงานที่ทาง บริษัท ไอแอมสปอร์ต ของ ไทเกอร์ ภาคภูมิ เกียรติศรีชาติ จ้างมาอยู่กับ เซาเปาโล อคาเดมี ไทยแลนด์ ด้วยค่าเหนื่อยถึง 5 แสนบาทต่อเดือน สร้างผลงานกับพนักงานยาสูบแบบเหลือเชื่อ แต่นั้นยังไม่ใช่จุดที่ทีมงานแซมบ้าพึงพอใจ ทำให้ในฤดูกาลนี้ทีมงานของ โจเซ่ ได้ตัดสินใจเข้าไปทำทีม มนุษย์ไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
การเข้ามาคุมทีมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ของ โจเซ่ ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นการพิสูจน์ความสำเร็จ ที่ผ่านมาว่า ไม่ใช่ฟลุคและเป้าหมายที่ทุกคนคาดไว้ คือ แชมป์ เท่านั้น เนื่องด้วยปัจจัยอันเป็นองค์ประกอบของสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ดีกว่าสโมสรพนักงานยาสูบอย่างเทียบไม่ติด ไม่ว่าจะเป็นการเงิน ตัวผู้เล่นบิ๊กเนม และการจัดการบริหารที่ดีกว่า ที่สำคัญ โจเซ แบกศักดิ์ศรีแชมป์ของเขาติดตัวมาจากสโมสรพนักงานยาสูบด้วย
เรามาคุยกับเขาเรื่องของการทำงาน เคล็ดลับและประสบการณ์ที่เขาได้จากการทำงานในเมืองไทย ซึ่งมีความน่าสนใจและน่ามีประโยชน์สำหรับคนที่จะมาทำหน้าที่บังเหียนคุมทีมทำฟุตบอลบ้านเรา และที่สำคัญแฟนบอลหลายคนต่างเริ่มจะยกมือเชียร์ยอดกุนซือแซมบ้าผู้นี้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าเขาน่าจะเป็นผู้เหมาะสมที่จะเข้ามาล้างบางทีมชาติไทยและยกระดับการเล่นให้สูงขึ้นได้หากมีโอกาส
นักเลงฟุตบอล : การเข้ามาทำทีมสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแตกต่างกับการทำงานที่ยาสูบอย่างไร
โจเซ่ : ในเรื่องของการจัดการ คุณภาพผู้เล่น ฐานะทางการเงิน ความพร้อมต่าง ๆ สโมสรการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค ดีกว่ายาสูบ แต่ปัญหาอื่น ๆ อาการหนักกว่า อาทิในเรื่องของสมรรถภาพร่างกายผู้เล่น ระเบียบวินัย ความรู้เกี่ยวกับแท็กติกการเล่น ระบบการเล่น ความเข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่งนักเตะยังขาดอยู่ก็ต้องมาเริ่มทำกันทั้งใหม่หมด แต่ทว่าความคาดหวังของสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เหนือกว่ายาสูบที่ผมเข้าไปทำใหม่ ๆ มาก ด้วยเรื่องอย่างที่บอกฤดูกาลที่ผ่านมาสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อยู่อันดับ 10 แต่เป้าหมายในปีนี้กลับต้องการแชมป์ แต่มันก็เป็นเป้าหมายของผมด้วย เพียงแต่ การทำงานแบบนี้มันมีความกดดันสูง
นักเลงฟุตบอล : ผลงานการออกสตาร์ทดูจะไม่ค่อยสวยหรูอย่างช่วงเตรียมปรีซีซั่น ดูจะผิดไปจากการคาดหวัง
โจเซ่ : มีบางเกมที่แต้มเสียไปอย่างไม่น่าเสียอย่างเกมกับ ธนาคารกรุงไทยและราชนาวี ซึ่งเราควรจะมี 6 แต้ม แทนที่จะเป็น 2 ซึ่งความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้มีผลเสีย ความไม่เข้าใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผู้เล่น แต่รูปเกมโดยทั่วไปมีการพัฒนาขึ้นเวลาที่เหลือผมรู้ว่าจะต้องจัดการอย่างไร และเชื่อว่าเราจะทำผลงานได้จนก้าวไปสู่ตำแหน่งที่ต้องการ
นักเลงฟุตบอล : ดูคุณจะมีปัญหาเรื่องผู้ตัดสินตามข่าวที่ออกมา
โจเซ่ : บางทีเรากำลังอยู่ในเกม ในสถานการณ์เช่นนั้นเราไม่สามารถยอมรับความผิดพลาดแย่ ๆ ได้ ผมพยายามต่อสู้เพื่อทีม
แต่ต่อไปนี้ผมจะไม่พูดเรื่องการตัดสินของผู้ตัดสินอีก แม้ว่ามาตรฐานมันยังต่ำอยู่มาก จะให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดการทีมและคนอื่น ๆ หลายคน อาจจะหาว่าผมจะหาข้ออ้างจากเรื่องนี้จากการที่ผลงานไม่ดี เราจะมุ่งเน้นไปที่เกมและแก้ไขส่วนของเราเป็นหลัก
นักเลงฟุตบอล : การตั้งเป้าไว้ที่แชมป์ทว่า บีอีซี เทโรฯ แทบจะไม่พลาดเลยงานครั้งนี้คงไม่ง่ายนัก
โจเซ่ : ยอมรับเทโรฯ เป็นทีมใหญ่มีสถานะทางการเงินดี การจัดการดี ตัวผู้เล่นเยี่ยม แต่ทว่าเกมของ พวกเขาแต่ละนัด เป็นไปด้วยความยากลำบากแม้ว่าจะชนะ ผมมองว่าสโมสรในไทยลีกมีความใกล้เคียงกันมาก มีโอกาสแพ้ชนะกันได้ทุกทีม ผมไม่เชื่อว่าพวกเขาจะชนะไปได้ตลอดเมื่อต้องเจอทีมแข็ง ๆ ในโปรแกรมที่เหลือ ผลไทยลีกมักจะออกมาแปลก ๆ เสมอ บางเกมคิดว่าน่าจะชนะกลับเสมอ บางเกมคิดว่าจะเสมอกลับชนะ มันมีโอกาสพลิกล็อคกันได้ตลอด
นักเลงฟุตบอล : มีโอกาสได้ดูทีมชาติไทยลงเล่นบ้างไหม
โจเซ่ : ผมชมมาตลอดนะ บางเกมผมก็ไปดูที่สนาม มีผู้สื่อข่าวหลายคนพยายามสอบถามความเห็นผม แต่ผมมักจะไม่ตอบ เพราะมีความคิดเห็นแตกต่างกับรูปแบบการทำงานของทีมชาติเยอะ พูดไปก็คงจะยาวจึงคิดว่าไม่เหมาะสมที่จะพูด
นักเลงฟุตบอล : หลายคนอยากให้เข้ามาช่วยทีมชาติไทยในสภาวะที่ผลงานตกต่ำ และกำลังเจองานหนักในเอเชี่ยนคัพ
โจเซ่ : ขอบคุณแฟน ๆ มาก ที่ให้เกียรติกับผม แต่ผมคิดว่า ตอนนี้ขอทำทีมสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้ดีที่สุดก่อน การจะทำงานพร้อมกันสองอย่างในเวลาเดียวกันไม่ดี หากทำทีมชาติควรจะต้องไปนั่งดูทุกทีมเล่นแล้วดึงตัวที่คุณต้องการมา ไม่ใช่นั่งดูจากลิสต์รายชื่อ
นักเลงฟุตบอล : งั้นก็หมายความว่าตัวผู้เล่นที่น่าจะติดทีมชาติควรจะมีมากกว่าที่เห็น
โจเซ่ : ถูกต้อง
นักเลงฟุตบอล : จากที่มาอยู่เมืองไทยเมื่อ 5 ปีที่แล้วกับตอนนี้ มีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้าง
โจเซ่ : ปัญหาของนักเตะไทยยังเป็นเรื่องของระเบียบวินัยเหมือนเดิม แต่มันก็มีการเปลี่ยนแปลง ในทิศทางที่ดี อย่างตอนที่มาทำทีมสมาคมกีฬาคริสเตียนไทย ผมพยายามเปลี่ยนแปลงทัศนะคติของผู้เล่น ให้เขาได้เห็นถึงประโยชน์ที่จะได้ หากมีการทุ่มเทจริงจัง มีวินัย ทำตัวเป็นมืออาชีพ เปลี่ยนจากที่เห็นว่า เล่นไปวัน ๆ แล้วไปทำงานอื่น เป็นแค่ใบเบิกทาง ปรากฏว่าคนที่เชื่อถือในคำพูดของผมก็สามารถที่จะไปได้ดี พัฒนาได้ดี ตอนนี้ก็มีชีวิตที่ดี พัฒนามาเล่นในลีกที่สูง มาเล่นในทีมยาสูบ บางคนในยาสูบก็ได้ไปเล่นทีมชาติ มีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม ทว่าในที่ที่เรายังเข้าไปไม่ถึงก็มีอีกมาก อย่างในสโมสรไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผมก็ต้องมาพูดคุยกับเขา สร้างทัศนะคติใหม่ ๆ ให้กับเขาอีก
เคล็ดลับสู่แชมป์
ในการเป็นโค้ชอันดับแรกที่ควรจะเป็นสิ่งเตือนใจในการทำทีมคืออย่าใจร้อน แม้จะเป็นคนขี้โมโหก็ตาม เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจมากโข หากพลาดไปแค่วินาทีเดียวอาจทำให้ทีมพังง่าย ๆ เลยก็ได้ ทำให้สิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก อย่าให้นิสัยตัวเองในชีวิตประจำวันมาใช้ หากรักจะเป็นโค้ชต้องใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ดูเกมแล้วตัดสินใจ
เรื่องแท็กติค เป็นอีกข้อที่เป็นจุดเด่นของโจเซ่ เพราะที่ผ่านมาครึ่งแรกอาจะสูสีกันมากแบบแยกกันไม่ออกว่าใครจะมาวิน แต่พอเข้าครึ่งหลังเท่านั้นแหละ สายยาสูบมาแรงแซงปลายตลอด ซึ่งหลายต่อหลายนัดที่ยาสูบยิงได้เป็นช่วงท้ายเกม เนื่องจากมีเกมรุกที่แน่นอน แถมเสียประตูน้อยอีกต่างหาก ยิ่งกว่านั้นการเล่นยังติดตาติดใจแฟนบอลด้วยการวิ่งสู้ฟัดที่ไม่รู้จักหยุดจักหย่อน
อีกหนึ่งจิตวิทยาของโค้ช หากพูดย้ำซ้ำๆ ว่าเป็นรองเมื่อไหร่ นักเตะจะคิดหนักทันทีว่านัดนี้สงสัยจะกลับบ้านมือเปล่าแน่ ตรงนี้โจเซ่ย้ำนักย้ำหนาว่า ให้นักเตะคิดว่าตัวเองเก่งเหมือน มาราโดน่า หรือ ซีดาน อะไรประมาณนั้น แล้วเมื่อพวกเขาลงสนาม คุณก็จะเห็นฟอร์มลูกทีมเหมือนอย่างซีดานจริง ๆ
คนล้มห้ามข้าม ประโยคนี้คลาสสิค เพราะหากทับถมซ้ำซากเมื่อไหร่ กำลังใจก็จะห่อเหี่ยวไปด้วย ประเด็นแรกที่ต้องทำคือปลอบใจ แม้จะเป็นเกมสำคัญระดับตัดสินชีวิตเลยก็ตาม จากนั้นค่อยมาคุยเรื่อง ข้อบกพร่องกัน
เคล็ดลับปิดท้าย เมื่อจบเกม ออกจากสนามด้วยการมี 3 แต้มก็ต้องชมหรือแม้จะไม่มีแต้ม ก็ห้ามด่าซ้ำเติมนักเตะ เพราะนี่คือชั่วโมงที่ชีวิตถึงจุดตกอับ หากยิ่งถมกันเข้าไปกำลังใจก็ยิ่งเตลิดเปิดเปิง ฝีเท้าอย่างซีดานอาจจะเหลือแค่ คีแรน ริชาร์ดสัน ได้ เราจะต้องปลอบให้นักเตะพอกลับมายิ้มได้จากนั้นค่อยมาคุยเรื่องข้อผิดพลาดกัน แม้จะปล่อยให้เวลาผ่านไปหลาย ๆ วันตามความเหมาะสมก็ต้องทำ
ทั้งหมดนั้นคือ เคล็ดลับสู่แชมป์ ที่ถ่ายทอดโดย กุนซือบราซิเลี่ยน โจเซ่ อัลเวส เบอร์วิช คีย์แมนสำคัญที่ทำให้ นิยายดอกฟ้ากับหมาวัด กลายเป็นจริงอีกครั้งและแน่นอนว่าสิ่งต่าง ๆ ที่กุนซือจอมฝีมือคนนี้ได้ทำลงไปเราสามารถพบได้ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ได้มาล้วนมาจากสติปัญญาอันชาญฉลาด กลยุทธอันยอดเยี่ยมเท่านั้น คุณจะพบว่าโชคจะไม่ช่วยหากว่าคุณไม่เยี่ยมยอดพอจริง ๆ
ที่มา : นิตยสารฟุตบอลไทย 100% นักเลงฟุตบอล
ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 ประจำเดือน พฤษภาคม 2550
"บิ๊กเปี๊ยก สมศักดิ์ รัตนผล ผจก.ทีมสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
มนุษย์ไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซีซั่นนี้เราหวังแค่เล่นถ้วยเอเชีย
เดินหน้าโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดเจ๋ง! แบบไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมสำหรับ มนุษย์ไฟฟ้า
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งตอนนี้ยังเกาะหัวแถวเป็นทีมอันดับต้น ๆ ของไทยลีก โดยในซีซั่นนี้สโมสรรัฐวิสาหกิจทีมนี้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่าง ๆ อย่างมากมาย ไม่ว่าจะยกทีมงานบราซิลเจ้ามาทำทีม และการเปลี่ยนถ่ายนักเตะที่หมดอายุไขออกไป เพื่อหวังไล่ล่าแชมป์เข้าตู้คอลเลกชั่นแห่งความสำเร็จในอนาคตอันใกล้
ฟันเฟืองหรือกลไกต่าง ๆ เหล่านี้คือ ตัวขับเคลื่อนสู่ความยิ่งใหญ่ในฤดูกาลนี้ แต่ฝ่ายบริหารเองก็ให้ใจกับการทำทีมอย่างเต็มพิกัดเช่นกัน หัวหน้าแถวที่นำทัพสู้ศึกครั้งนี้ยังคงเป็น บิ๊กเปี๊ยก สมศักดิ์ รัตนผล ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกับเวทีฟุตบอลไทยลีกมามากพอสมควร สำหรับปีนี้แล้วผู้นำรายนี้หวังเป็นอย่างยิ่งที่ทีมจะติดอันดับ 1 และ 2 เพื่อโควตาไปฟาดแข้งฟุตบอลสโมสรเอเชีย หลังจากที่ผ่านมามีโอกาสแต่ได้เพียงเล่นความฝัน
ซีซั่นนี้ มนุษย์ไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ใช้สนามเหย้าที่สถาบันการพลศึกษาชลบุรี เป็นสังเวียนปราบทีมใหญ่ที่ร่วมบรรเลงเพลงแข้งในรายการนี้ ด้วยสภาพสนามที่เรียบเนียนผสมผสานกับทีมเวิร์กและระบบแซมบ้าที่งัดเอามาใช้ทำให้สไตล์การเล่นที่ออกมาติดตาแฟนคลับเป็นยิ่งนัก หลายต่อหลายนัดเราจะเห็นแฟนบอลที่เป็นขาประจำแห่กันเข้าไปชมเกมการแข่งขันกันอย่างหนาตา
สำหรับทีเด็ดทีขาดในเรื่องตัวนักเตะนั้น ปีนี้มนุษย์ไฟฟ้าไม่ได้ขี้เหร่ ดีกรีความเก่งกาจไม่แพ้ทีมสโมสรอื่น ๆ นักเตะในทีมอย่าง ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์, อภิเชษฐ์ พุฒตาล, ธนา ชะนะบุตร, อิทธิพล พูลทรัพย์, วัชระ มหาวงค์, ศุภกิจ จินะใจ เหล่านี้คือตัวฉกาจของไฟฟ้าในฤดูกาลนี้แทบทั้งสิ้น เพราะแต่ละคนความสามารถและชั้นเชิงน้องทีมชาติทั้งนั้น
บิ๊กเปี๊ยก สมศักดิ์ รัตนผล ผจก.ทีมการไฟฟ้าฯ เผยถึงเป้าหมายในปีนี้ว่า สำหรับในปีนี้พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะก้าวขึ้นมาเป็นทีมอันดับ 1 และ 2 ของรายการไทยลีก เป้าหมายสำคัญนอกจากการคว้าแชมป์ฟุตบอลไทยลีกแล้วการได้สิทธิ์ไปทำการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย ทั้งรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก และเอเอฟซี คัพ เนื่องจากการได้ไปเล่นเวทีดังกล่าวแล้วจะทำให้ทีมของเราเป็นที่รู้จักจากบรรดาทีมในเอเชียมากขึ้น เมื่อได้เล่นรายการใหญ่ในฤดูกาลต่อไปจะมีผลต่อทีมทันที บรรดานักเตะฝีเท้าดีจากต่างชาติก็จะมาร่วมทดสอบร่วมทีมมากขึ้น และสุดท้ายเราก็จะได้แต่ของดี
นอกจากนั้นยังเผยถึงเรื่องของการสนับสนุนทีมเพื่อลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้อีกว่า ในฤดูกาลนี้หน่วยงานของเราพร้อมสนับสนุนทีมลุ้นแชมป์เต็มพิกัด เบื้องต้นงบประมาณในการทำทีมสู้ศึกไทยอยู่ที่ 15 ล้าน โดยแมตช์วิน ทีมจะได้ 1 แสนบาทต่อนัดหากชนะ เสมอได้ 5 หมื่นบาท แต่ถ้าทีมสามารถคว้าแชมป์มาครองได้อีกก็จะมีเงินเข้ามาเป็นโบนัสอีกก้อนหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ก็อยากให้นักเตะช่วยกันเล่นอย่างเต็มที่ เพื่อพาทีมสู่แชมป์และสร้างเกียรติประวัติให้กับสโมสร มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ยังเป็นปัญหาของเรา นั่นคือเรื่องของความเป็นมืออาชีพ บางครั้งนักเตะบางคนยังขาดในเรื่องของความเป็นมืออาชีพ อยากให้ปรับจูนในเรื่องดังกล่าวแบบเร่งด่วน แต่เชื่อว่าน่าจะปรับได้ไม่ยาก เมื่อเล่นฟุตบอลอาชีพแล้วก็ต้องทำงานกับตัวเองแบบมืออาชีพด้วย
ก็ต้องมาคอยติดตามกันว่าซีซั่นนี้ขุนพลนักเตะ มนุษย์ไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะโชว์ผลงานการเล่นได้แจ่มแจ๋ว! ขนาดไหน หลังจากที่มีการปรับเปลี่ยนองศาภายในทีมแบบระลอกใหญ่ เชื่อว่าเวทีฟุตบอลไทยลีกครั้งนี้คงไม่ใช่งานที่ยากเกินไปที่พวกเขาจะช่วยกันฝ่าฟันจนเดินหน้าไปสู่แชมป์ และเดินหน้าไปฟาดแข้งรายการสโมสรเอเชียได้สำเร็จ เพราะว่าขุมกำลังและงบประมาณรวมไปถึงผู้ใหญ่ที่เข้ามาหนุนนั้นพร้อมทุกด้าน
|